มหกรรมความสนุกมีล้มแน่นอนคนเยอะขนาดนี้

ทุกครั้งที่ขึ้นรถเตรียมใจไว้ได้เลยครับ มีล้มแน่นอน การล้มในสไตล์ของรถวิบากนั้นถือว่าเป็นเรื่องปกติมากๆ และด้วยความเร็วที่ไม่สูงมากนัก การล้มแต่ล่ะครั้งไม่ทำให้เพื่อนๆ เจ็บได้หากมีอุปกรณ์ที่ดีและสวมใส่อย่างถูกต้อง ประเด็นก็คือต่อให้มือโปรขนาดไหนเจอเส้นทางที่ยากมาขนาดไหนแล้วก็ตาม บนทางวิบากนั้นสามารถทำให้เพื่อนๆ ล้มได้อยู่ดี ดังนั้นแล้วหากจะล้มก็ล้มเลยครับไม่ใช่เรื่องแปลก

แต่ความบ้าคลั่งในการวิ่งของเขาไม่ได้หยุดเมื่อชีวิตนักวิ่งสิ้นสุด เพราะเขานำความทะเยอทะยานมาสานต่อในโครงการ NOP ซึ่งเกิดขึ้นแบบไม่เป็นทางการในวันที่เขาได้นั่งชมรายการบอสตัน มาราธอน กับ โธมัส อี. คลาร์ก รองประธานของ Nike ในปี 2001 และไม่พอใจกับผลงานของนักวิ่งชาวสหรัฐฯ ที่ไม่สามารถสู้กับนักวิ่งชาติอื่นได้มันนำไปสู่การตัดสินใจตั้งโครงการเพื่อพัฒนานักวิ่งที่ ‘บียอนด์’ ที่สุดตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซาลาซาร์และ Nike ทุ่มเททุกอย่าง ทั้งทรัพยากร องค์ความรู้ เทคโนโลยี (อาจเปรียบเปรยง่ายๆ ได้ว่าที่นี่คือ NASA ของวงการวิ่ง) ยกตัวอย่างเช่น ในโครงการจะมีบ้านหลังหนึ่งที่จะมีตัวกรองออกซิเจนทำให้อากาศนั้นเบาบางเหมือนอยู่บนที่สูง เพราะมีผลการศึกษาว่าการใช้ชีวิตอยู่บนที่สูงจะช่วยให้นักกีฬามีการพัฒนาในเรื่องจำนวนเม็ดเลือดแดงที่มากขึ้น และจะช่วยให้ผลงานดีขึ้นนอกจากนี้ยังมีการตรวจจับคลื่นไฟฟ้าเพื่อดูว่าสภาพร่างกายของนักกีฬานั้นเป็นอย่างไร จะฝึกวิ่งได้ไกลที่สุดแค่ไหน หรือจะซ้อมได้เร็วที่สุดแค่ไหน หรือการทำลู่วิ่งใต้น้ำและที่แรงโน้มถ่วงต่ำ นี่เป็นแค่การยกตัวอย่างความเทพของ NOP ครับ ยังมีอะไรกว่านี้อีกมากมายนัก (ซึ่งในเวลาต่อมาเทคโนโลยีที่คิดค้นขึ้นก็จะถูกนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เทพๆ ให้นักวิ่งได้นำมาใช้กันในปัจจุบัน)

 

ซาลาซาร์ปั้นนักวิ่งมามากมาย และมี 2 คนที่ถือเป็นตัวท็อปที่สร้างผลงานให้กับ NOP ของเขาและ Nike คือ เซอร์โม ฟาราห์ นักวิ่งระดับตำนานชาวอังกฤษ ซึ่งเป็นนักกีฬาระดับโอลิมปิกอยู่เดิม ที่หันมาวิ่งระยะไกลเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา อีกคนคือ กาเลน รุปป์ อดีตนักฟุตบอลที่ถูกชักนำมาสู่วงการวิ่ง และได้รับการปลุกปั้นจนกลายเป็นนักวิ่งทีมชาติสหรัฐฯ

Admin